พื้นที่โฆษณา 185 x 175 สนใจโทร 0-2538-7527
|
|
ประหยัดน้ำมันอนุรักษ์พลังงาน
ในขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นบางคนขายรถทิ้งไปเลยก็มี เนื่องจากราคาน้ำมันในขณะนี้ได้ถีบตัวขึ้นสูงมาก จนทำให้คนใช้รถต้องคิดแล้วคิดอีกในการเติมน้ำมันครั้งนึง บางคนที่มีฐานะร่ำรวยอาจจะไม่รู้สึกถึงตรงนี้เท่าไร แต่คนที่ต้องกินต้องใช้ และจำเป็นต้องใช้รถบ่อยๆเพื่อทำธุรกิจต่างๆ ก็ต้องกลุ้มใจกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงซะจนน่าตกใจ แต่เพราะไม่มีทางเลือกก็ต้องจำเป็นต้องเติมน้ำมัน จนบวกลบคูณหารกับรายได้แล้วอาจจะต้องกุมขมับเลยทีเดียว เพราะถ้าคิดดูเล่นๆแล้วว่าเดือนนึง เราเติมน้ำมันเท่าไรแล้วอาจจะต้องรู้สึกว่า เราโดนปล้นเงินไปหรือเปล่า เงินเดือนที่ได้มาหายไปไหน และตอนนี้ในอีกแง่นึงนอกเหนือจากการเติมน้ำมันเพื่อตัวเองแล้วเราต้องมองถึงน้ำมันที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้เพราะเราใช้กันอย่างนี้ไม่นานก็คงหมดไปถึงแม้จะมีพลังงานทดแทนแต่มันก็มีวันหมดเหมือนกัน ทางที่ดีเราทุกคนต้องรู้จักวิธีประหยัดพลังงานเพื่อตัวของคุณเองและโลกทั้งในวันนี้และวันหน้า และตอนนี้เรามีโครงการรวมพลังหาร 2 มีวิธีประหยัดน้ำมัน "ลดพลังงาน เพิ่มพลังเงิน" เพื่อให้คุณผู้ใช้รถใช้ถนนมาร่วมกันประหยัดพลังงานเพื่อตัวเองและประเทศชาติกันแล้ว เราลองมาทำตามวิธีการง่ายๆ ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ครับ
- ขับรถในความเร็วที่กฎหมายกำหนด หากขับรถด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. แทนการขับรถด้วยความเร็ว 110 กม./ชม. จะประหยัดน้ำมันได้ 25% คิดเป็นเงิน 800 บาทต่อเดือนต่อคัน หรือ 9,600 บาทต่อปีต่อคัน ถ้ารถยนต์จำนวน 7 ล้านคันทั่วประเทศ ขับรถตามกฎหมายกำหนด ประเทศชาติจะประหยัดเงินได้ไม่น้อยกว่า 67,000 ล้านบาท ต่อปี
ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้
- ทางธรรมดา 90 กม./ชม.
- ทางด่วน 110 กม./ชม.
- มอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.
| ขับความเร็ว | สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่าขับ | ร้อยละ |
| 95กม./ชม. | 80กม./ชม. | 15% |
| 110กม./ชม. | 80กม./ชม. | 29% |
| 100กม./ชม. | 90กม./ชม. | 10% |
| 110กม./ชม. | 90กม./ชม. | 25% |
- ตรวจเช็คสภาพรถเป็นประจำ การตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ปีละ 1 ครั้ง สามารถประหยัดน้ำมันได้ 10% คิดเป็นเงินที่ประชาชนประหยัดได้ 250 บาทต่อเดือนต่อคัน คิดเป็นจะประหยัดได้ถึงปีละ 3,000 บาท หากรถ ยนต์เบนซิน จำนวน 3 ล้านคันใน ประเทศไทย ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว จะช่วยชาติจะประหยัดเงินได้ 9,000 ล้านบาทต่อปีและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี โดยการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นเมื่อถึงกำหนด และตรวจสอบรอยรั่วในระบบน้ำมันเชื้อเพลิง จะช่วยประหยัดน้ำมันประมาณร้อยละ 3-9 วิธีการตรวจเช็คที่ควรปฏิบัติดังนี้
- เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
- เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก 5,000 กม.
- ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่
- ตรวจสอบระดับน้ำป้อนหม้อน้ำ
- ปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ร้อยละ 3- 9
- เติมลมยางไม่ขาดไม่เกิน ตรวจเช็คความดันลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุกๆระยะทาง 500 กิโลเมตรเพราะหากความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐานทุกๆ 1 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มร้อยละ 2 และหมั่นทำความสะอาดไส้กรองอากาศ ควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุกๆ 2-4 สัปดาห์ หรือทุกๆ 2,500 กิโลเมตร เพราะถ้าไส้กรองไม่สะอาดแล้วจะทำให้รถยนต์กินน้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 10
- ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กม. ใน 1 เดือน
1. รถยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร
2. รถจักรยานยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.2 ลิตร
3. รถบรรทุก - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.2 ลิตร
- ถ้าร้อยละ 30 ของรถแต่ละประเภท ละเลยเช่นนี้บ่อยๆ รวมเป็น 30 วัน/ปี
1. จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านลิตร
2. คิดเป็นเงิน 87 ล้านบาท
- ถ้าไส้กรองสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันวันละ 65 ซีซี
1. ควรทำความสะอาดทุก 2,500 กม.
2. ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม.
- ไม่ขับก็ดับเครื่อง ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถเป็นเวลานาน เพราะการติดเครื่องยนต์จอดรถเป็นเวลาเพียง 10 นาที จะเสียน้ำมันไปฟรีๆ 200-400 ซีซี หรือเสียเงินราว 3.35-7.75 บาท
- ไม่บรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น การบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น นอกจากจะสิ้นเปลืองน้ำมันแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าที่ควรด้วย หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็น ประมาณ 10 กิโลกรัม เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ทั่วประเทศ 5 ล้านคัน ขับรถโดยบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็นใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 10.95 ล้านบาท
- ทางเดียวกันไปด้วยกัน (คาร์พูล) ทางเดียวกันไปด้วยกัน หรือ "คาร์พูล" นอกจากจะทำให้จำนวนรถยนต์ในถนนลดลง การจราจรดีขึ้น ใช้เวลาในการเดินทางลดลงแล้ว ยังทำให้คุณภาพอากาศบนถนนดีขึ้น และผลพลอยได้สุดท้ายคือค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและบำรุงรักษารถยนต์ลดลงอีกด้วย
- ถ้าขับรถยนต์ 5 คัน ไปทางเดียวกัน ที่หมายใกล้กัน ระยะทาง 48 กม./คัน (ไป-กลับ)ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 5,200 ลิตร
คิดเป็นค่าน้ำมัน 78,000 บาท
- ถ้าร้อยละ 1 ของรถยนต์ 5 ล้านคัน ใช้ Car Pool สลับขับ 5 คน ต่อรถ 1 คัน ใน 1 ปี จะประหยัดน้ำมันได้ 41.6 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 624
ล้านบาท
- จอดรถไว้บ้าน การจอดรถไว้ที่บ้าน เมื่อต้องการเดินทางก็ใช้บริการขนส่งสาธารณะซึ่งปัจจุบันก็สะดวก สบายขึ้นมาก หรือจะอยู่ที่บ้านโดยใช้การติดต่อทางโทรศัพท์ โทรสาร และอินเตอร์เน็ตแทน ก็เป็นหนทางหนึ่งในการลดการใช้น้ำมันของตนเองและของประเทศได้ ถ้าผู้ใช้รถยนต์ร้อยละ 1 จากจำนวน 5 ล้านคัน หันมาใช้บริการรถ สาธารณะ ด้วยระยะทาง 48 กม./วัน ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะประหยัดน้ำมัน 52 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 780 ล้านบาท
- หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน ถ้ารถติดเพียงร้อยละ 1 ของ จำนวนรถยนต์ 5 ล้านคัน ในวันทำงานทุกวัน และในบางเสาร์-อาทิตย์ ใน 1 ปี (330 วัน/ปี) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.4 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 186 ล้านบาท
- ใช้โทรศัพท์-โทรสารเลี่ยงรถติด ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เช่น ส่งหนังสือระหว่างหน่วยงาน
หากเร่งด่วนก็ใช้วิธีส่งทางโทรสาร หากเป็นเอกสารสำคัญก็ใช้วิธีรวบรวมเอกสารแล้วส่งพร้อมกัน หนังสือเวียนที่ไม่สำคัญก็ใช้วิธีส่ง E-Mail หรือส่งไปรษณีย์
- วางแผนก่อนเดินทาง ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และขับรถหลงทาง 10 นาทีจะสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี คิดเป็นค่าน้ำมัน 7.50 บาท ถ้ารถยนต์ 5 ล้านคัน ขับหลงทาง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 30 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 450 ล้านบาท
|
อ้างอิงและที่มาข้อมูล : คู่มือรวมพลังหยุดรถซดน้ำมัน - PDF
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
|