3 ก.ย 2562

ถ้าชอบบิ๊กไบค์ระดับกลางให้เลือก Honda CBR500R หรือ Kawasaki Ninja 400 ดี

Kawasaki Ninja 400 ถึงแม้ความจุน้อยว่า Honda CBR500R แต่ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในหลาย ๆ ด้านที่ทำให้ไบค์เกอร์รถขนาดกลางบางครั้งก็ใจสั่นเหมือนกัน

สุภาพบุรุษทั้งหลายมีใครที่ไม่ติดใจในความเท่ของ  Honda CBR500R และ Kawasaki Ninja 400

สุภาพบุรุษทั้งหลายมีใครที่ไม่ติดใจในความเท่ของ  Honda CBR500R และ Kawasaki Ninja 400

ในไม่ปีที่มานี้ ตลาดรถจักรยานยนต์ได้เห็นการระเบิดของแสงชรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเบาและกลาง บรรดาไบเกอร์มีแนวโนมจะเลือกโมเดลที่เป็นมิตรกับตัวเองมากขึ้น ปัจจุบัน ในรุ่นขนาดกลาง Honda CBR500R และ Kawasaki Ninja 400 ได้รับการประเมินว่าเป็นรุ่นที่น่าจับตามองมาก

เพื่อช่วยให้ผู้อ่านมีข้อมูลอ้างอิงมากขึ้น เราจะทำการเปรียบเทียบระหว่าง Honda CBR500R และ Kawasaki Ninja 400 ในปัจจุบันตามเกณฑ์ที่กำหนด หวังว่าไบเกอร์จะมีออปชั่นเพิ่มในการเลือก

ด้านขุมพลัง

Honda CBR500R มีข้อดีอย่างหนึ่งคือได้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 471 ซีซี  ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ลูกสูบคู่ สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 49.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที  ในรุ่นมาตรฐาน CBR500R สามารถทำได้ถึง 47 แรงม้า ขณะเดียวกัน Kawasaki Ninja 400 นั้นใช้เครื่องยนต์คู่แฝดขนาด 399 ซีซี ด้วยกำลังขับ 45 แรงม้า ที่ 10,000 รอบต่อนาที

อ่านเพิ่มเติม
>> Triumph Daytona 765 ใหม่จะเปิดตัวศุกร์ที่ 23 สิงหาคมนี้!!!

​>> ท็อป 5 อันดับ ซูเปอร์ไบค์ที่ทรงพลังที่สุดปี 2019 รอคอยไบค์เกอร์แฟนพันธุ์แท้ครอบครอง

Honda CBR500R (สีแดง) และ Kawasaki Ninja 400 (สีส้ม)

Honda CBR500R (สีแดง) และ Kawasaki Ninja 400 (สีส้ม)

ถ้าจะดูจากตัวเลขนี้ CBR500R มีการผลิตกำลังที่แข็งแกร่งกว่า Ninja 400 มาก แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากการผลิตกำลังและน้ำหนัก จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง CBR500R มีน้ำหนัก 193 กก. ในขณะที่ Ninja 400 นั้นมากกว่า 25 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ถ้าคิดเฉลี่ยระหว่างแรงม้ากับน้ำหนัก Ninja 400 จะดีกว่า

Honda CBR500R (สีแดง) และ Kawasaki Ninja 400 (สีส้ม)

Honda CBR500R (สีแดง) และ Kawasaki Ninja 400 (สีส้ม)

ด้านช่วงล่าง

ทั้งสองรุ่นมีระบบกันสะเทือนหน้าและหลังด้วยโช้คหน้า 41 มม. และโช้คอัพมัลติลิงค์ที่ด้านหลัง CBR500R มีช่วงล่างที่ปรับเองได้และส่วนหลังสามารถปรับได้ 9 โหมดด้วยกัน ในขณะที่ Ninja 400 มีสามารถปรับได้  5 โหมดเท่านั่นเอง

Ninja 400 มีน้ำหนักเบากว่า

Ninja 400 มีน้ำหนักเบากว่า

แชสซีของทั้งสองรุ่นทำจากท่อเหล็ก หาก CBR500R มีการออกแบบคานคู่  Ninja 400 นั้นมีขนาดบางกว่า เทียบเท่ากับซุปเปอร์คาร์ H2R อย่างไรก็ตาม ข้อดีของเฟรมของ Ninja 400 นั้นถึงแม้จะเบา แต่ก็แข็งแกร่ง

ความสะดวกสบายขณะขับขี่

หาก CBR500R รุ่นก่อนหน้ามีตำแหน่งขับขี่ที่สะดวกสบายและผ่อนคลาย รุ่นปัจจุบันจะตามสไตล์เล็กน้อย  ตำแหน่งพวงมาลัยของ 2019 Honda CBR500R ต่ำกว่า เฟรมสูงกว่า แต่ที่วางเท้าจะต่ำกว่า 

CBR500R ยังคงรักษาความสะดวกสบายอ

CBR500R ยังคงรักษาความสะดวกสบายอ

สรุป

ในด้านของอัตราส่วนพลังงาน / น้ำหนักแล้ว  CBR500R และ Ninja 400 มีค่อนข้างสูสีกัน อย่างไรก็ตามแล้วรถของฮอนด้าโดยทั่วไปให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายขณะขับขี่เพิ่มขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางไกล ส่วนคาวาซากิของ Ninja 400 ของKawasaki ยังคงเป็นรถสปอร์ตที่เน้นสไตล์สปอร์ต ความเคมชัดด้านขุมพลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเร่งความเร็ว

Ninja 400 เน้นด้านพลังที่แข็งแกร่ง

Ninja 400 เน้นด้านพลังที่แข็งแกร่ง

ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นจะเป็นจุดเด่นในการตัดสินใจเลือกสำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ทั้ง CBR500R และ Ninja 400 เป็นสองรุ่นขนาดกลางที่น่าซื้อในปัจจุบัน

ตลาดรถออนไลน์ Unseencar.com ขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้เเละคราวหน้าเรื่องอะไรติดตามไปพร้อมกันเลยนะคะ

อ่านเพิ่มเติม
>> รวม 5 คำถาม ที่คุณควรถามประกันก่อนจะซื้อประกันภัยรถยนต์

​>> เปิดราคาผ่อน-ดาวน์ Toyota Sienta 2019 อเนกประสงค์สุดฮอต ที่มาแรงในปีนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน

International

oto.com.vn (Cars in Vietnam)
philkotse.com (Cars in Philippines)