20 เม.ย 2562

ทริคง่ายๆ ดูแลรถหน้าร้อนให้ไม่ร้อนจนตับแลบ!!

ผ่านสงกรานต์มาไม่ทันไร หลายคนก็คงจะเห็นแล้วว่าอากาศเมืองไทยในปี 62 นี้มันช่างร้อนจนตับจะไหม้กันเลยทีเดียว ร้อนชนิดที่หลายจังหวัดก็ทะลุ 40 องศาเลยก็ว่าได้ แล้วรู้หรือไม่ว่าทริคดูแลรถหน้าร้อนนั้นทำยังไง ป้องกันไม่ให้โดนย่างจนสุกภายในรถของตนเอง

สำหรับหน้าร้อนนี้ หลายคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวก็คงจะเจอปัญหาเดียวกันนั่นก็คืออุณหภูมิภายในร้อนจนแทบจะหลอมละลายให้สลายเป็นไอน้ำเสียเดี๋ยวนั้น ซึ่งจริงๆแล้วบางครั้งการที่ภายในห้องโดยสารมีอุณหภูมิที่สูงมักมาจากระบบระบายความร้อน โดยระบบระบายความร้อนสำหรับระบบขับเคลื่อนของรถยนต์จะรวมไปถึงหม้อน้ำด้วย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ทำให้การรักษาอุณหภูมิยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าในเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน อุปกรณ์ต่างๆก็จะต้องทำงานไปด้วย และก็จะต้องเกิดการเสียดสีกันจนเกิดความร้อน สิ่งที่ตามมาก็คือ การสร้างระบบเพื่อระบายความร้อนของรถยนต์ขึ้นมา เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพและยาวนานนั่นเอง

การรับมือกับอากาศร้อนในการดูแลรถยนต์

การรับมือกับอากาศร้อนในการดูแลรถยนต์

สำหรับส่วนประกอบหลักของระบบระบายความร้อนนั้น มีอยู่หลักๆ 5 ส่วน คือ ปั๊มน้ำ (Water pump), วาล์วน้ำ (Thermostat), ท่อยางหม้อน้ำ (Radiator hoses), หม้อน้ำ (Radiator) และ พัดลมระบายความร้อน (Fan) ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ก็จะทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ส่วนอื่นๆด้วย จนกลายเป็นระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยภาพรวม ที่นอกจากจะเป็นการดูแลรถหน้าร้อนแล้วยังส่งผลให้การขับเคลื่อนรถนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นอกจากจะรู้แล้วว่าองค์ประกอบที่ช่วยให้การระบายความร้อนเป็นไปด้วยดีแล้ว การรู้จักดูแลรักษาก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้สมรรถนะของรถยนต์ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการดูแลรักษาระบบระบายความร้อนก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียง 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

การตรวจสอบสภาพรถยนต์

การตรวจสอบสภาพรถยนต์

1. ตรวจระดับน้ำในถังพักน้ำ

การตรวจระดับน้ำในถังพักน้ำนั้นควรที่จะทำทุกครั้งก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ หรืออาจจะตรวจสอบก่อนออกจากบ้านก็ได้ เพื่อตรวจสอบความแน่ใจว่ายังมีน้ำอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ ถ้าหากเห็นว่าน้ำพร่องลงก็ให้เติมน้ำเพิ่ม แต่หากลดลงผิดปกติก็จะต้องนำไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการรถโดยเร็ว เพราะอาจจะเกิดการรั่วได้ แต่ในรถบางคัน ก็อาจจะไม่มีถังพักน้ำ ซึ่งก็สามารถทำได้โดยการเปิดฝาหม้อน้ำตอนเช้าเพื่อดูระดับน้ำว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วระดับน้ำจะต้องอยู่บริเวณตรงคอหม้อน้ำ หรือระหว่างกลางขีดบอกระดับน้ำ ของ MIN และ MAX นั่นเอง

2. การเติมน้ำต้องใช้น้ำที่สะอาดเท่านั้น

การเติมน้ำลงไปในหม้อน้ำนั้น จะต้องเลือกน้ำที่สะอาด เพื่อไม่ให้หม้อน้ำหรือทางเดินเกิดการอุดตัน อย่างเช่น หินปูนที่จะไปเกาะส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบภายในได้ โดยน้ำที่เหมาะสมคือ น้ำดื่มหรือน้ำประปานั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้จะต้องดูแลควบคู่ไปกับวาล์วน้ำด้วย เพราหากละเลยอาจจะทำให้วาล์วน้ำตายได้  โดยการรักษาชุดวาล์วน้ำนั้น จะต้องทำการเปลี่ยนปีละ 1 ครั้ง เพราะป้องกันวาล์วน้ำตายนั่นเอง

3. การตรวจเช็คว่าพัดลมไฟฟ้ายังหมุนด้วยความเร็วเท่าเดิมหรือไม่

ซึ่งการทำงานของพัดลมไฟฟ้านั้น จะต้องมีรอบหมุนที่สม่ำเสมอ หากมีรอบหมุนที่ช้าลง การระบายความร้อนให้หม้อน้ำก็จะลดลงด้วย เพราะเกิดจากการถ่ายเทความร้อนที่ไม่เพียงพอ และต้องตรวจเช็คดูด้วยว่าฟิวส์ยังปกติหรือไม่ โดยดูได้จากคู่มือเพื่อดูว่ามีตำแหน่งตรงไหนบ้าง หลังจากนั้นก็ต้องซื้อฟิวส์สำรองหากเกิดขาดขึ้นมาในอนาคต

การดูแลรถในช่วงหน้าร้อน

การดูแลรถในช่วงหน้าร้อน

4. การตรวจเช็คท่อยาง

การตรวจเช็คท่อยางสามารถทำได้โดยการเอานิ้วบีบที่ท่อยางเข้าห้องน้ำ ซึ่งจะมีทั้งตัวบนและล่าง หากพบว่ามีการแตกหรือกรอบให้ทำการเปลี่ยนท่อยางใหม่ทันที พร้อมกับเปลี่ยนสายรัดท่อยางไปด้วย เพราะบางครั้ง อุปกรณ์ในส่วนนี้ก็อาจจะเสื่อมสภาพตามระยะเวลาที่ใช้งานไปบ้างเป็นเรื่องปกติ

5. การตรวจเช็คแบตเตอรี่

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าระบบระบายความร้อนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่รถยนต์ด้วย แต่รู้หรือไม่ว่ากำลังไฟที่ดีของแบตเตอรี่ ช่วยส่งผลให้พัดลมไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแบตเตอรี่กักเก็บไฟไว้ได้ไม่ดีหรือเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว ย่อมส่งผลต่อการระบายความร้อนด้วยเช่นเดียวกัน

สรุป

สำหรับการดูแลรักษาระบบระบายความร้อนนั้น ถือว่าเป็นสิ่งช่วยให้รถยนต์ยังคงประสิทธิภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งการตรวจสอบเพื่อหาจุดบกพร่องของระบบระบายความร้อนนั้น สามารถทำได้ทั้งการตรวจสอบและมองได้ด้วยตนเอง หากพบความผิดปกติหรือจุดบกพร่องแล้วก็จะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ทั้งยังช่วยให้รถยนต์ยังคงประสิทธิภาพเหมือนเช่นดังเดิม

อ่านเพิ่มเติม 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน