22 เม.ย 2563

วิธีดูแลรักษาแอร์รถให้สุขภาพดี เย็นฉ่ำสู้หน้าร้อน

หน้าร้อนแบบนี้ต้องหันพึ่งแอร์กันทั้งนั้นไม่ว่าจะแอร์บ้าน แอร์รถ แต่ถ้าใช้งานหนักเกินไปจนเกิดพังขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ต้องแย่แน่ ทาง Unseencar จึงนำวิธีดูแลรักษาแอร์รถให้อยู่กับเราไปนานๆ

แอร์ เป็นนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างสบายมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นนี้ ไม่ว่าจะแอร์บ้าน แอร์ออฟฟิศ หรือแอร์รถ แต่หากใช้งานอย่างสมบุกสมบันจนเกินไป ก็อาจทำให้แอร์เสียได้ และนั่นอาจนำมาซึ่งหายนะในหน้าร้อนก็เป็นได้ โดยเฉพาะแอร์รถ เพราะถ้าหากแอร์รถเกิดเสียขณะอยู่ท่ามกลางสี่แยกที่ร้อนระอุล่ะก็ ร้อนตับแตกกันแน่ๆ วันนี้ทาง Unseencar จึงนำเคล็ดลับการบำรุงรักษาแอร์รถให้อยู่สู้แดดร้อน อยู่คู่เราไปนานๆ มาฝากกัน

วิธีดูแลรักษาแอร์รถให้สุขภาพดี เย็นฉ่ำสู้หน้าร้อน

วิธีดูแลรักษาแอร์รถให้สุขภาพดี เย็นฉ่ำสู้หน้าร้อน
วิธีดูแลรักษาแอร์รถให้สุขภาพดี เย็นฉ่ำสู้หน้าร้อน

เมื่อสตาร์ทรถกลางแจ้ง ไม่ควรเปิดแอร์รถทันที

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนคงสตาร์ทรถปุ๊บก็รีบเปิดแอร์รถทันที ซึ่งอาจทำให้แอร์รถพังเร็วขึ้น วิธีง่ายๆ ที่ช่วยยืดอายุแอร์รถคือการลดกระจกระลายความร้อนออกสักเล็กน้อยก่อน จากนั้นจึงกดปุ่ม  A/C เพื่อเปิดแอร์

เช็คน้ำยาแอร์อย่างสม่ำเสมอ

การที่จู่ๆ ความเย็นของแอร์รถลดลงนั้นอาจไม่ใช่เพราะแอร์เสีย แต่อาจเป็นเพราะน้ำยาแอร์รถเหลือน้อย ซึ่งควรหมั่นเปิดฝากระโปรงดูบริเวณที่กรองแอร์  หรือตรวจเช็คหาจุดรั่ว อุดตันของน้ำยาแอร์ร่วมด้วยก็จะดี

เช็คแผงคอยล์ร้อน

การเช็คแผงคอยล์ร้อน ก็เป็นอีกวิธีถนอมสุขภาพแอรืรถอย่างหนึ่ง เริ่มจากการติดเครื่องยนต์ จากนั้นเปิดแอร์เพื่อเช็คพัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อน ว่ายังติดปกติหรือไม่ ถ้าพัดลมยังติดอยู่ แต่คอยล์ร้อนสกปรก สามารถแก้เองโดยใช้น้ำยาล้างคอยแอร์ทำความสะอาด แต่หากพัดลมไม่ทำงานแล้ว กรณีนี้แนะนำว่าควรส่งซ่อมอู่ด่วน

เปลี่ยนกรองอากาศแอร์และล้างแอร์ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร

ระยะที่ควรล้างแอร์นั้นอาจไม่ตายตัวนัก บวกลบได้นิดหน่อย แต่หลักๆ ก็ควรเปลี่ยนกรองอากาศแอร์และล้างแอร์ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร เพื่อป้องกันแอร์ทำงานหนักเกินไปจนอาจทำให้เกิดการรั่วหรืออุดตันของทางเดินน้ำยาแอร์

​ควรเปลี่ยนกรองอากาศแอร์และล้างแอร์ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร
ควรเปลี่ยนกรองอากาศแอร์และล้างแอร์ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร 

อย่าใช้น้ำหอมหรือที่ปรับอากาศในรถ

เรามักไม่ทันเอะใจว่าการใช้น้ำหอม หรือสเปรย์ปรับอากาศในรถ ว่าอาจส่งผลต่อสุขภาพแอร์รถได้เช่นกัน เพราะไอระเหยของสารเคมีที่ใช้จะถูกดูดเข้าไปสะสมตัวที่ครีบเล็กๆ ของคอยล์เย็น ซึ่งจะทำการดูดความชื้น รวมไปถึงฝุ่นผงต่างๆ ด้วย ทำให้การถ่ายเทความร้อนยากขึ้น และแอร์รถก็ทำงานหนักขึ้น

เปิดแอร์รถที่อุณหภูมิพอดี

ด้วยความร้อนของเมืองไทยในตอนนี้ หลายคนอาจจะเลือกเปิดแอร์ไปที่เบอร์ 4 หรือที่ระดับแรงสุดแบบไม่แคร์สุขภาพแอร์รถเลยว่าจะรับมือไหวรึเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเลือกระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมก็พอ เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น

​เปิดแอร์รถที่อุณหภูมิพอดี
เปิดแอร์รถที่อุณหภูมิพอดี

ลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์

ก่อนถึงที่หมายประมาณ 15 นาที ควรปิดสวิตช์ระบบปรับอากาศ (A/C) จากนั้นเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุดแทน ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น เพราะอย่างไรเสียความเย็นก็ยังคงอยู่ไปจนถึงที่หมายพอดี

ทาง Unseencar เข้าใจดีว่าหน้าร้อนแบบนี้ใครๆ ก็เปิดแอร์กันเป็นปกติ แต่ก็อย่าลืมถนอมแอร์รถให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ ด้วยล่ะ เพราะหากเกิดแอร์รถเสียขึ้นมากลางทางล่ะก็เดือดร้อนแน่ๆ ตับแตกกันทั้งคันรถแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน