28 เม.ย 2560

วิธีป้องกันหนู ไม่ให้มากัดสายไฟในรถยนต์ ทำอย่างไรมาดู!!

การดูแลรถยนต์ นอกจากจะต้องคอยเช็คระยะ สังเกตความผิดปกติต่างๆ แล้ว บางครั้งความเสียหาย หรือความผิดปกตินั้น อาจเกิดขึ้นจากสิ่งอื่นๆ ที่เราไม่คาดคิดก็ได้ อย่างเช่น หนูเข้าไปสร้างความเสียหายแก่ห้องเครื่อง หรือถ้าเรียกกันแบบบ้านๆ ก็คือ หนูเข้าไปกัดสายไฟ นั่นเอง

การดูแลรถยนต์ นอกจากจะต้องคอยเช็คระยะ สังเกตความผิดปกติต่างๆ แล้ว บางครั้งความเสียหาย หรือความผิดปกตินั้น อาจเกิดขึ้นจากสิ่งอื่นๆ ที่เราไม่คาดคิดก็ได้ อย่างเช่น หนูเข้าไปสร้างความเสียหายแก่ห้องเครื่อง หรือถ้าเรียกกันแบบบ้านๆ ก็คือ หนูเข้าไปกัดสายไฟ นั่นเอง

เมื่อมันจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับหนู (หมดปัญญากำจัดให้หมดสิ้น) แต่ถ้าหนูเข้าบ้านไม่เท่าไหร่กำจัดง่าย ส่วนหนูเข้ารถยนต์ เข้าห้องเครื่องรถ แก้ยากครับ.. แต่ก็พอจะมีวิธีแก้ เพียงทำตามดังนี้!

ก่อนจะแก้ปัญหาทั้งหมด เรามาทำความเข้าใจพฤติกรรมของหนูกันก่อนเพื่อการแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยแบ่งได้ 2 กรณีใหญ่ ๆ คือหนูเข้ามาในรถเพราะได้กลิ่นเศษขนม (เข้ามาหาอาหารโดยตรง) กับหนูเข้ามาหลบเพราะเงียบและปลอดภัย แถมมีไออุ่นจากเครื่องยนต์ช่วงพักตัว จากนั้นรถคุณก็เหมือนเป็นที่พักหลับนอนของเหล่าหนูไปโดยปริยาย

1. ทำความสะอาดห้องเครื่อง ไม่ว่าจะทำด้วยตนเอง หรือไปให้ร้านคาร์แคร์ทำให้ก็ได้
2. ทุกครั้งที่เข้าจอดในบ้าน หรือโรงจอดรถส่วนตัว ให้เปิดฝากระโปรงรถทิ้งเอาไว้
3. ใช้อุปกรณ์ดักจับหนู เช่น ยาเบื่อ กรงดัก หรือถาดกาวดักหนู ฯลฯ
4. นำลูกเหม็นไปใส่ในถุงที่เป็นตาข่าย หรือผ้าขาวบาง หรือขวดพลาสติกเจาะรู ฯลฯ แล้วเอาไปวางไว้ตามจุดต่างๆ
5. ใช้พริกป่นผสมน้ำใส่ในกระบอกฟ็อกกี้ ไปพ่นใส่ห้องเครื่อง เน้นบริเวณที่หนูชอบมาเยอะๆ หน่อย
6. สเปรย์ หรือเครื่องส่งสัญญาณไล่หนู ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป
7. ใช้แผ่นปิดใต้ท้องรถแบบพลาสติก หรือแบบเหล็ก เพื่อไม่ให้มีช่องให้หนูมุดเข้าไปได้
8. เลี้ยงแมว หรือสุนัข เอาไว้ช่วยไล่จับหนู
9. ย้ายที่จอดรถ ข้อนี้ต้องสะดวกในการจะย้ายไปจอดที่ใหม่ หรือมีพื้นที่รองรับ ไม่ลำบาก (กรณีควรใช้เมื่อหมดหนทางจริงๆ ไล่หนูแล้วไม่ไป หรือไล่แล้วหนูกลับมาใหม่)

ปัจจัยสำคัญที่อาจจะทำให้หนูไม่กลับมากวนใจคุณอีก

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน