16 ก.ย 2562

5 ทริก(ไม่)ลับ กับการดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ยงคงกระพัน

เชื่อว่าหนึ่งในคำถามที่หลายคนมักถามต่อ ๆ กันมาก็คงจะหนีไม่พ้น จะทำยังไงให้รถดูใหม่ และดูเหมือนพึ่งออกรถมาใช้ได้ไม่นาน แถมประสิทธิภาพไม่ลดลง เพราะฉะนั้น เราจะมาแนะนำ 5 ทริก(ไม่)ลับ ที่ช่วยคุณในเรื่องนี้ได้

ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือใหม่เราก็ต้องดูเเลให้ดีๆ กับวิธีการที่ถูกต้อง

ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือใหม่เราก็ต้องดูเเลให้ดีๆ กับวิธีการที่ถูกต้อง

แน่นอนว่า ผู้ใช้รถหลาย ๆ คนไม่น้อยที่มักจะตั้งคำถามว่า มีวิธีการไหนบ้างที่จะช่วยดูแลรักษารถยนต์ให้มีประสิทธิภาพและมีความสดใหม่อยู่เสมอ เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้รถมีอายุการใช้งานมากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ตามมาก็หนีไม่พ้นรถที่เสื่อมประสิทธิภาพลง เพราะฉะนั้น Unseencar.com จะมาเปิดเผยทริกการดูแลรักษารถยนต์แบบง่าย ๆ ที่ผู้ใช้รถหลาย ๆ คนการันตีแล้วว่าช่วยให้รถสดใหม่อยู่ยงคงกระพันได้จริง ด้วยการตรวจเช็กรถเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต ดังต่อไปนี้

ทริกการตรวจเช็กรถยนต์ด้วยตัวเอง 

ทริกการตรวจเช็กรถยนต์ด้วยตัวเอง

ทริกที่ 1: เช็กลมยาง 

ถือเป็นทริกที่ง่ายมาก ๆ สำหรับคนใช้รถใช้ถนน เพราะการเช็กลมยางนั้นถือว่าทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ก่อนขับขี่ให้ลองตรวจสอบด้วยตาเปล่าก่อนว่ายางปกติดีหรือไม่ มีอาการอ่อนหรือยุบลงมากกว่าปกติหรือเปล่า ที่สำคัญคือต้องดูทุกเส้นทั้งคู่หน้าและคู่หลัง พอสังเกตแล้วว่าทุกเส้นอยู่ในลักษณะปกติก็ใช้งานได้เลย แต่หากมองด้วยตาแล้วเห็นว่าลมยางล้อใดล้อหนึ่งไม่สัมพันธ์กับล้ออื่น ๆ ก็แสดงว่ายางรถยนต์นั้นขาดความสมดุล หากไม่แก้ไขก็อาจจะเกิดผลเสียได้ในอนาคต เพราะยางรถยนต์นั้นถือเป็นชิ้นส่วนที่สัมพันธ์กับระบบอื่น ๆ ของรถยนต์ด้วย เช่น ระบบเบรก เพราะฉะนั้น หากพบความผิดปกติก็ให้เอารถไปเช็กที่อู่ใกล้บ้านได้เลย 

การตรวจเช็กความพร้อมของลมยางรถยนต์

การตรวจเช็กความพร้อมของลมยางรถยนต์

ทริกที่ 2: เช็กรอยหยดรั่ว 

แน่นอนว่า การเช็กรอยหยดรั่วนั้นค่อนข้างสำคัญ เพราะจะเป็นการแสดงถึงระบบน้ำและน้ำมันของรถ โดยการตรวจสอบให้ลองเช็กที่บริเวณใต้ท้องรถก่อน หากพบว่ามีรอยหยดรั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรกก็ให้ช่างมาตรวจสอบ ห้ามฝืนขับโดยเด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ แต่หากมองแล้วเป็นแค่น้ำที่มาจากระบบระบายความร้อน ก็ให้ลองมองว่ารอยรั่วมาจากไหน หากพบว่าเป็นรอยรั่วที่มาจากข้อต่อก็แสดงว่ามันยังไม่แน่น ให้ใช้ไขควงกดอัดให้แน่นได้เลย แต่หากพบว่าเป็นรอยรั่วอื่น ๆ ก็ให้นำรถไปตรวจสอบทันที เพื่อความปลอดภัยและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของตัวรถนั่นเอง 

ทริกที่ 3: เช็กระบบระบายความร้อน 

สำหรับระบบระบายความร้อนนั้น นับว่าค่อนข้างสำคัญเป็นอย่างมากในการใช้รถใช้ถนน วิธีการตรวจเช็กก็ทำได้ง่าย ๆ นั่นก็คือ การเปิดฝาหม้อน้ำออกแล้วเช็กดูว่าระดับน้ำลดลงกว่าค่าที่กำหนดไว้หรือไม่ หากน้อยกว่ามาตรฐานของรถก็ให้เติมน้ำสะอาดลงไป แต่อย่าลืมว่ารถบางรุ่นก็จะมีขวดพลาสติกที่ใช้เก็บน้ำอยู่ แล้วก็จะมีท่อเล็ก ๆ ที่ต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ให้เช็กระดับน้ำบริเวณขวดแทน หากอยู่ในปริมาณที่กำหนดเอาไว้ก็ยังไม่ต้องเติม แต่หากน้อยกว่าก็ให้เติมน้ำไว้ในขวดเก็บน้ำสำรองแทน แน่นอนว่า การเช็กระบบระบายความร้อนนี้จะช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ไปดับกลางทางหากมีความร้อนสูงมาก ๆ และหากคุณซื้อรถมือสองก็อย่าลืมเช็กระบบนี้ให้ดี เพราะบางทีเต็นท์รถมือสองอาจจะไม่ได้ตรวจเช็กระบบระบายความร้อนมาให้ก่อน โดยเฉพาะปริมาณน้ำที่อยู่ในหม้อน้ำว่ายังคงมีมากน้อยแค่ไหน 

อ่านเพิ่มเติม 

>> 5 อันดับ รถยนต์ลุยน้ำท่วมได้ ไร้ปัญหาเครื่องดับกลางทาง
>> รีวิว Honda BR-V 2019 รถที่ให้ความกล้า และพาชีวิตไปให้สุด

การตรวจเช็กระบบระบายความร้อนของห้องเครื่องรถยนต์

การตรวจเช็กระบบระบายความร้อนของห้องเครื่องรถยนต์

การตรวจเช็กระบบระบายความร้อนของห้องเครื่องรถยนต์

ทริกที่ 4: เช็กน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรก 

สำหรับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรกนั้น ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก และมักจะเป็นส่วนที่หลาย ๆ คนมักจะละเลย สำหรับน้ำมันเครื่องนั้น สามารถเช็กได้โดยการดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดไปยังตำแหน่งเดิมตามปกติ หลังจากนั้นก็ให้ดึงออกมาเพื่อเช็กคราบน้ำมัน หากพบว่าระดับของน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับต่ำก็ให้เติมน้ำมันเครื่องเข้าไป แต่หากอยู่ในระดับปกติก็ยังไม่ต้องเติม 

ในขณะที่การเช็กน้ำมันเบรกนั้น ให้เช็กที่กระบอกเก็บน้ำมันเบรกที่แม่ปั๊มเบรก หากอยู่ในระดับที่สูงก็ยังไม่ต้องเติม แต่หากต่ำกว่าขีดก็ให้เติมจนอยู่ในระดับที่พอดี ที่สำคัญอย่าลืมว่าการเติมน้ำมันเบรกนั้นต้องมีความระมัดระวังพอสมควร หากโดยสีรถจะทำให้สีเสียหายได้นั่นเอง แน่นอนว่า ทั้งการเช็กระดับของน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรกนี้ จะช่วยให้ระบบเครื่องยนต์ของรถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง 

ทริกที่ 5: เช็กกระบอกคลัทช์น้ำมัน 

ในส่วนกระบอกคลัทช์น้ำมันนั้น ถือเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะละเลยและไม่ค่อยใส่ใจเท่าใดนัก แต่รู้หรือไม่ว่าเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้รถวิ่งได้ เพราะฉะนั้น ส่วนของกระบอกคลัทช์น้ำมันถือเป็นส่วนที่ต้องดูแลรักษาและเช็กให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็ก่อนออกเดินทาง โดยการเช็กนั้นจะตรวจสอบว่ากระบอกคลัทช์น้ำมันอยู่ในระดับที่ถูกต้องหรือไม่ สังเกตได้จากกระบอกที่อยู่ข้าง ๆ กระบอกน้ำมันเบรก หากพบว่าน้ำมันในกระบอกคลัทช์น้ำมันหมดก็ให้เติมน้ำมันเบรกเข้าไปได้เลย เพราะใช้น้ำมันตัวเดียวกัน หรืออาจจะลองเช็กจากคู่มือรถยนต์หรือช่างผู้ชำนาญเพื่อความมั่นใจอีกครั้งก็ได้เช่นเดียวกัน 

การตรวจเช็กน้ำมันเบรกและกระบอกคลัทช์บริเวณห้องเครื่องของรถยนต์

การตรวจเช็กน้ำมันเบรกและกระบอกคลัทช์บริเวณห้องเครื่องของรถยนต์

เป็นอย่างไรบ้าง กับทริกง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณตรวจเช็กความพร้อมของรถยนต์ที่คุณรักได้ด้วยตนเอง เพื่อคงประสิทธิภาพการใช้งานที่ยั่งยืนและยาวนานมากยิ่งกว่าที่เคย รับรองว่า หากคุณดูแลรถและตรวจเช็กความเรียบร้อยเป็นประจำ รถของคุณจะมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมากกว่าที่คิดแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติม 

>> 5 อันดับ รถ SUV มือสองสุดฮอต ที่จ่ายง่ายด้วยงบไม่เกินสามแสนบาท
>> งบน้อยแล้วไง ถ้าอยากได้ Toyota Hilux Revo รุ่น Double Cab ก็ไม่ใช่ปัญหา

ตลาดรถออนไลน์ Unseencar.com ขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้เเละคราวหน้าเรื่องอะไรติดตามไปพร้อมกันได้เลย 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน