2 ก.ค 2562

เรื่องน่ารู้ พรบ.รถยนต์ ต่างกันกับ ประกัน รถยนต์ อย่างไร

หลาย ๆ คนอาจจะยังงงและสับสนโดยเฉพาะเจ้าของรถคันใหม่ที่พึ่งซื้อรถคันแรกว่าระหว่าง พ.ร.บ. รถยนต์ และ ประกันรถยนต์ ว่าสองอย่างนี้มันคืออันเดียวกันไหม วันนี้จะมาให้ความกระจ่างว่าคือสิ่งเดียวกันหรือไม่ มีความจำเป็นมากขนาดไหนสำหรับเจ้าของรถยนต์

พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร

พ.ร.บ. รถยนต์ มีชื่อเต็มว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้บัญญัติไว้เลยว่า ให้เจ้าของรถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำ พ.ร.บ.ก่อนจึงจะต่อทะเบียนรถได้ พ.ร.บ. รถยนต์นี้ออกมาเพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกกรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากรถนั้นจะเป็นตัวการทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นหรือไม่ คุ้มครองทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบ คนเดินเท้า แต่จะคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองถึงความเสียหายในตัวรถ ค่าซ่อมต่าง ๆ

พรบรถยนต์ ราคา จะขึ้นอยู่กับประเภทของรถที่จดทะเบียน และลักษณะของการใช้รถ แต่เป็นอัตราคงที่ บริษัทจะคิดค่า พรบรถยนต์ ราคา ที่นอกเหนือไปจากที่นายทะเบียนกำหนดไม่ได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบว่ารถยนต์ที่เราขับมีอัตราเบี้ย พรบรถยนต์ ราคา เท่าไหร่นั้นได้จาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือจากกรมการขนส่งทางบก หรือบริษัทประกันภัยได้ ซึ่งถ้าเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน พรบรถยนต์ ราคา 600 บาท ต่อปี/คัน

ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์

พ.ร.บ.ภาคบังคับนี้ให้ความคุ้มครองแบ่งเป็น 2 ในกรณีดังต่อไปนี้

ความคุ้มครองที่เป็นค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่รอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก บริษัทรับประกันวินาศภัยต้องจ่ายสินไหมให้ทันทีภายใน 7 วันหลังจากได้รับเอกสารที่ยื่นคำร้อง

  • จ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาตามความจำเป็น ไม่เกิน 30,000 บาท/คน ในกรณีบาดเจ็บ
  • จ่ายค่าชดเชยเบื้องต้น กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกายจนทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้คือ ตาบอด, หูหนวก, เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด, สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์, เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว, เสียอวัยวะอื่นใด, จิตพิการติดตัว, ทุพพลภาพอย่างถาวร ไม่เกิน 35,000 บาท/คน
  • กรณีบาดเจ็บและมาทุพพลภาพจะจ่ายค่าชดเชยรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน
  • ค่าปลงศพและค่าจัดการเกี่ยวกับการจัดการศพ ในกรณีเสียชีวิต 35,000 บาท/คน
  • กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาลรวมกันแล้วไม่เกิน 200,000 บาท/คน

ความคุ้มครองที่เป็นค่าสินไหมทดแทน เงินชดเชยส่วนนี้จะได้รับหลังจากมีการพิสูจน์กันแล้วว่าใครผิด ใครถูก และฝ่ายที่ถูกเท่านั้นถึงจะได้รับเงินค่าชดเชยส่วนนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล ตามที่เบิกจ่ายจริงหรือไม่เกิน 80,000 บาท
  • เงินชดเชยในกรณีสุญเสียอวัยวะคือ ตาบอด, หูหนวก, เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด, สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์, เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว, เสียอวัยวะอื่นใด, จิตพิการติดตัว, ทุพพลภาพอย่างถาวร 200,000 – 300,000 บาท
  • เงินชดเชยกรณีที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 300,000 บาท
  • ค่าชดเชยการรักษาตัวกรณีเป็นผู้ป่วยในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน รวม 4,000 บาท

ประกันรถยนต์คืออะไร

ประกัน รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่เรารู้จักกันในชื่อ ประกัน ชั้น 1 ประกัน รถยนต์ 2 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3 เมื่อเป็นประกันภัยภาคสมัครใจ เจ้าของรถยนต์จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ซึ่งหากจะให้แนะนำ ขอแนะนำให้ทำเป็นดีที่สุด เพราะความคุ้มครองจากประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. นั้นคุ้มครองแต่เพียงค่ารักษาพยาบาลต่อคนที่บาดเจ็บ ไม่ได้คุ้มครองหรือรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยว ชน กัน จนมีผู้บาดเจ็บ รถยนต์ที่ขับก็คงมีความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอนส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ความรุนแรงของการชนไป มาดูแผนประกันภัยที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังถือว่าเป็นที่สนใจของเจ้าของรถมาตลอดนั้นคือ ประกันชั้น 1 ประกันรถยนต์ 2 มาดูว่าความคุ้มครองจะต่างกันอย่างไรบ้าง

ประกัน ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือแบบประกันแผน 1 นั้นให้ความคุ้มครองที่เกี่ยวกับรถในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดจากการชนทั้งที่มีคู่กรณีและแบบไม่มีคู่กรณีเช่น ขับรถขนกำแพง ชนเสาไฟ เป็นต้น ความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติเช่น แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า น้ำท่วม ไฟไหม้ รวมทั้งการถูกโจรกรรมหรือรถยนต์สูญหายด้วย ให้ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาซึ่งเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุนั้น ถือเป็นความคุ้มครองครอบคลุมในทุกส่วน

ประกัน รถยนต์ 2

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือแบบประกันแผน 2 คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถกรณีชน สูญหาย และไฟไหม้ ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ชีวิตหรือร่างกาย ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ความคุ้มครองต่างจากประกันชั้น 1 คือชั้น 2 ไม่จ่ายค่าซ่อมให้กับรถที่เอาประกันในกรณีเกิดการชน แต่จ่ายค่าซ่อมให้คู่กรณี และไม่คุ้มครองถึงกรณีที่รถเกิดความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม แต่ปัจจุบัน มีประกันรถยนต์แบบ 2+ และ 3+ ให้เลือกด้วย ซึ่งจะคุ้มครองค่าซ่อมรถของผู้เอาประกันด้วย ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากให้กับผู้ใช้รถยนต์ เพราะไม่ต้องแบกภาระค่าซ่อมรถของตนเอง

พรบ.รถยนต์ ต่างกันกับ ประกันรถยนต์ อย่างไร

ในชีวิตคนเราคงไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถ แต่บางครั้งเราก็ป้องกันไม่ได้ ดังนั้นการหาทางเยียวยาและช่วยเหลือความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่เราควรเตรียมรับมือไว้ นั่นก็คือการมีทั้ง พรบ. และประกันภัยรถยนต์ไว้เป็นสิ่งที่อุ่นใจที่สุดในการขับรถ

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นแล้วว่า พรบ.รถยนต์นั้นต่างกับประกันภัยรถยนต์คือ พ.ร.บ. รถยนต์นั้นเป็นการประกันภัยภาคบังคับที่เน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพและเสียชีวิต ไม่คุ้มครองถึงความเสียหายที่เกิดกับรถ ส่วนประกันภัยรถยนต์คือการประกันภัยภาคสมัครใจเน้นให้ความคุ้มครองทั้งรถและทั้งคน ส่วนจะคุ้มครองครอบคลุมขนาดไหนขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือกซื้อ หากท่านต้องการรู้ว่าเบี้ยประกันสำหรับรถยนต์ของท่านมีอัตราเท่าไหร่ ก็สามารถโทร 02 821 5791 สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ของ DirectAsia เพื่อเช็คเบี้ยประกัน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.directasia.co.th

ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ช่องทางตลาดรถ Unseencar.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน