21 ก.ย 2562

3 ขั้นตอนง่าย ๆ ของการเคลมประกันภัยรถยนต์ รู้ไว้ไม่เสียหาย

สำหรับคนใช้รถใช้ถนน ที่ซื้อประกันภัยรถยนต์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยชั้นไหนก็ตาม ควรที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลมประกันเอาไว้ก่อน ป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในยามเกิดเหตุหากไม่รู้วิธีการเคลมที่ถูกต้อง

เชื่อว่าหนึ่งในปัญหาที่คนใช้รถใช้ถนนมักประสบพบเจอหลังจากที่ซื้อรถยนต์มานั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของประกันภัยรถยนต์ที่บางทีก็มีเรื่องจุกจิกหลาย ๆ อย่างจนดูน่าหงุดหงิดใจ เพราะฉะนั้น เราจะมาให้ข้อมูลสำหรับคนที่ซื้อประกันภัยรถยนต์เอาไว้ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเคลมประกันภัยรถยนต์ของคุณด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ควรรู้เอาไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉินหรือในยามเกิดเหตุที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ 

ขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์

ขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์

ขั้นตอนที่ 1 ตั้งสติแล้วติดต่อประกันภัยรถยนต์

เมื่อเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์โดยที่ไม่คาดคิด สิ่งแรกที่มักเกิดขึ้นก็คงจะหนีไม่พ้นสติที่กระเจิดกระเจิงจนควบคุมไม่ได้ แต่อย่าพึ่งตกใจ ให้คุณรวบรวมสติให้เร็วที่สุด แล้วทำการติดต่อบริษัทประกันภัยทันที แน่นอนว่า จะดีให้กว่าก็ต้องแจ้งตำรวจด้วยเพื่อให้มาเป็นคนกลางในการดูแลทั้งฝ่ายเราและฝ่ายคู่กรณี โดยการติดต่อประกันภัยนั้น ทางผู้ที่รับแจ้งเหตุจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคุณและรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุลของคุณ เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ(หากไม่ทราบก็ให้ดูใน GPS) ลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดว่ารุนแรงหรือไม่ แล้วก็ให้คุณขอชื่อผู้รับแจ้งเหตุเอาไว้ด้วย เพื่อให้ทราบว่าคุณได้แจ้งเรื่องกับใคร หลังจากนั้นก็ให้รอตัวแทนของประกันภัยรถยนต์เดินทางมา 

อ่านเพิ่มเติม 

>> มีอุบัติเหตุอย่าพึ่งช็อก! ประกันภัยรถยนต์ช่วยได้แค่ต้องตั้งสติ
>> ศึก 12 ราศี กับการเลือกรถให้ถูกโฉลกตามปีเกิด

​หากเกิดเหตุไม่คาดฝันให้ติดต่อประกันภัยรถยนต์ทันที

หากเกิดเหตุไม่คาดฝันให้ติดต่อประกันภัยรถยนต์ทันที

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมความพร้อมก่อนตัวแทนประกันภัยจะมา

ระหว่างที่รอตัวแทนประกันภัยรถยนต์เดินทางมา ก็ให้คุณเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็น หน้าตารางกรมธรรม์ เล่มทะเบียนรถ ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเมื่อทางตัวแทนประกันภัย หรือเจ้าหน้าที่เคลมเดินทางมาถึงจะได้นำไปประกอบการทำใบเคลมและตรวจสอบรายการที่ต้องเคลมกับทางอู่หรือศูนย์บริการ หากเรียบร้อยแล้วคุณจะได้รับใบเคลมจากบริษัทประกันภัยมา เพื่อใช้สำหรับการส่งซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเครือประกันภัยนั้น ๆ 

เตรียมเอกสารต่าง ๆ รอตัวแทนจากประกันภัยรถยนต์เดินทางมาที่เกิดเหตุ

เตรียมเอกสารต่าง ๆ รอตัวแทนจากประกันภัยรถยนต์เดินทางมาที่เกิดเหตุ

ขั้นตอนที่ 3 นำรถไปซ่อมโดยใช้ใบแจ้งเคลม

หลังจากที่ได้รับใบเคลมจากทางประกันภัยรถยนต์แล้ว ก็ให้คุณตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย หากมีอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ให้ถามเจ้าหน้าที่ประกันภัยของคุณได้เลย แน่นอนว่า เมื่อได้รับใบเคลมแล้วก็ให้นำรถไปซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการ แนะนำว่าไม่ควรนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่นอกเครือประกันภัย เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณอาจจะต้องสำรองจ่ายเงินก่อนทั้งที่ก็ไม่ได้จำเป็นเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากการซื้อรถมือหนึ่งหรือแม้แต่รถมือสองนั้น ทางประกันภัยจะมีอู่และศูนย์บริการที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกันอยู่แล้ว เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายนั่นเอง 

นำรถไปซ่อมโดยใช้ใบแจ้งเคลมที่ได้รับจากตัวแทนประกันภัย

นำรถไปซ่อมโดยใช้ใบแจ้งเคลมที่ได้รับจากตัวแทนประกันภัย

เป็นอย่างไรบ้าง กับขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์ที่ทำได้ง่าย ๆ และไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอย่างที่คิด ซึ่งทุกครั้งที่คุณแจ้งเคลมก็อย่าไปเหวี่ยงหรือหงุดหงิดใส่พนักงานเคลมเลย โดยเฉพาะในยามที่รถติดแล้วพนักงานเคลมไม่ได้มาทันใจคุณ เพราะกว่าพวกเขาจะมาถึงก็ต้องฝ่าดงรถติดมาเช่นเดียวกัน แนะนำว่าให้คุยกับตัวแทนและคู่กรณีด้วยเหตุและผลดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามและบานปลายตามมา 

อ่านเพิ่มเติม 

>> 3 วิธีดูแลรถให้ใช้งานได้อย่างยืนยาว แม้เป็นผู้หญิงก็ทำได้
>> เครื่องยนต์ Chevrolet Colorado 2.5 ลิตร ดูราแมกซ์ ดีเซล จะดีจริงดังที่ลือหรือไม่ ไขคำตอบก่อนตัดสินใจซื้อมือสอง

ตลาดรถออนไลน์ Unseencar.com ขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้เเละคราวหน้าเรื่องอะไรติดตามไปพร้อมกันได้เลย 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน