19 มี.ค 2562

เปิดตัว DBS Superleggera เพียง 4 คันในประเทศไทยกับค่าตัวเบาๆ 28.9 ล้าน

ข่าวการเปิดตัวสำหรับ DBS Superleggera แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา’ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ที่มาพร้อมค่าตัว 28.9 ล้าน และโควต้า 4 คันในประเทศไทย

มอเตอร์โชว์ 2019 ต้องมีความร้อนแรงมากขึ้นทวีคูณเมื่อ DBS Superleggera พร้อมสำหรับการเปิดตัว
DBS Superleggera 2019

มอเตอร์โชว์ 2019 ต้องมีความร้อนแรงมากขึ้นทวีคูณเมื่อ DBS Superleggera พร้อมสำหรับการเปิดตัว แค่เพียง 4 คันในประเทศเท่านั้น สำหรับรถในสายการผลิตที่ดีสุดสำหรับ “แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบีเอส’ 

พรเศก ภาคสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า  แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา ผลิตจำหน่ายทั่วโลกหลักร้อยคัน ไทยได้โควตา 4 คัน และจะนำไปจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ 2019 ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจ 3-4 รายแล้ว

"แผนงานปีนี้เราจะทำโรดโชว์มากขึ้น ทั้งที่พัทยา ภูเก็ต และในภาคอีสาน คาดหวังว่าปัจจัยภายนอกทั้งเรื่องการเมือง และตลาดหุ้น จะปรับตัวดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง ปีนี้เราขายรถใหม่คือ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา ส่วนตัวใหม่ที่จะเพิ่มเติมน่าจะมาในปีหน้า โดยเราได้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็นดับเบิลดิจิ 3 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปีนี้จนปี 2565"

 “แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบีเอส’ เป็นยนตรกรรมที่ดีสุดในประวัติศาสตร์ของ แอสตัน มาร์ติน เคยถูกใช้เป็นรถคู่ใจสายลับ 007 ช่วงปี 2008 บัดนี้ ‘ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา’ กลับมาพร้อมตัวถังน้ำหนักเบา พละกำลังมหาศาล และความสง่างามตามแบบฉบับของ แอสตัน มาร์ติน”

เฉียบขาดทุกมุมมอง และการออกแบบจากวัสดุชั้นเลิศประหนึ่งงานศิลปะชั้นสูง
เฉียบขาดทุกมุมมอง และการออกแบบจากวัสดุชั้นเลิศประหนึ่งงานศิลปะชั้นสูง

ในส่วนของการออกแบบภายนอก โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมผสานการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ มีความกว้างและบึกบึนกว่า แอสตัน มาร์ติน ทุกรุ่น แต่ก็ยังเบากว่ารุ่น ดีบี11 ถึง 30 กก. (สูงสุด 70 กก. เมื่อติดตั้งออปชั่นหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์และอื่นๆ ครบชุด) เด่นด้วยกระจังหน้า 6 เหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมช่องระบายอากาศ ช่วยลดน้ำหนักและระบายความร้อนจากห้องเครื่องยนต์ ตัวถังด้านข้างเจาะช่องระบายอากาศซุ้มล้อหน้า ช่วยจำกัดแรงยกที่เกิดขึ้นด้านหน้า พร้อมจัดเรียงอากาศให้ไหลผ่านตัวถัง สู่สปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์ Aeroblade IITM ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ 2 ชั้น สร้างแรงกดมหาศาล

ลงตัวในทุกสัดส่วนการออกแบบที่ให้ทั้งความรุ้สึกสวยงามหรูหรา และแข็งแรงดุดันไปพร้อมกัน
ลงตัวในทุกสัดส่วนการออกแบบที่ให้ทั้งความรุ้สึกสวยงามหรูหรา และแข็งแรงดุดันไปพร้อมกัน

เครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 5.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ 715 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แอสตัน มาร์ติน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมแพดเดิลชิฟท์ ของ ZF ติดตั้งอยู่ระหว่างล้อคู่หลัง ช่วยเพิ่มความสมดุล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม.

ขุมพลังที่ถูกออกแบบมาสำหรับความเป็นหนึ่งแห่งยนตรกรรมอย่างแท้จริง
ขุมพลังที่ถูกออกแบบมาสำหรับความเป็นหนึ่งแห่งยนตรกรรมอย่างแท้จริง

ห้องโดยสารผ่านการออกแบบจากดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญของ แอสตัน มาร์ติน สะท้อนภาพลักษณ์อันหรูหรา เข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย ติดตั้งพวงมาลัยหุ้มอัลคันทารา พร้อมแพดเดิลชิฟท์ก้านยาว ผู้ขับจึงไม่พลาดในทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบนำทางด้วยดาวเทียม แสดงข้อมูลผ่านจอทีเอฟทีกว้าง 8 นิ้ว ผู้ขับสามารถสั่งการผ่านทัชแพด, สั่งด้วยเสียง หรือการเคลื่อนไหว ขณะที่เบาะหนังแท้เกรดดีที่สุด ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย พร้อมเครื่องเสียง Premium Audio ช่วยสร้างความรื่นรมย์ตลอดการเดินทาง และหากลูกค้าต้องการ ก็สามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ ในห้องโดยสารได้อย่างอิสระ เกาะหนึบทุกสภาพถนนกับช่วงล่างอิสระ หน้า ดับเบิลวิชโบน หลัง มัลติ-ลิงค์ พร้อมโช้กอัพปรับความหนืดอัตโนมัติ ADS (Adaptive Damping System) จานเบรกคาร์บอนเซรามิก หน้า 410 หลัง  360 มม. จับคู่กับล้อแม็กฟอร์จ ขอบ 21 นิ้ว และยางพิเรลลี่ P Zero หน้า 265/35/21 หลัง 305/30/21 ที่พัฒนาเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ

พบกับยนตรกรรมหรูที่มาพร้อมตำนาน และความเหนือชั้นกว่าใครที่มีโค้วต้าแค่ 4 คันสำหรับประเทศไทยได้ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายนนี้ ที่บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

อ่านเพิ่มเติม :

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน