13 พ.ค 2562

หน้าฝนนี้เตรียมรับมือไว้ให้ดี กับวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วม

หลังจากที่เจอมรสุมหน้าร้อนชนิดที่แทบจะละลายกลายเป็นไอน้ำไปเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา หลายคนก็คงจะทราบกันดีแล้วว่าอีกไม่นานหน้าฝนก็จะเยือนแทน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อฝนตกหนักนั่นก็คือรถดับกลางคัน แล้วรู้หรือไม่ว่าวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วมทำอะไรได้บ้าง

สำหรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ หลายคนก็คงจะเตรียมร่ม เสื้อกันฝน รองเท้า เอาไว้กันบ้างแล้ว แต่สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนนนั้น คงรู้กันดีว่าปัญหาที่มักเจอเป็นประจำเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็คือรถดับกลางทาง ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะดับบริเวณที่จอดเข้าข้างทางได้ง่าย แต่ถ้าซวยหน่อยก็คงจะดับกลางถนนบริเวณเลนใน แต่หากซวยเพิ่มขึ้นไปอีกก็คงจะดับกลางแหล่งที่น้ำท่วมขัง ชนิดที่มองไม่ออกเลยทีเดียวว่าฟุตบาทอยู่ตรงไหน แต่ไม่ว่ารถจะดับตอนน้ำท่วมที่ไหน ก็คงทำให้หงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะทาง Unseencar.com ได้นำทริคสำหรับวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วม มาเป็นแนวทางเพื่อช่วยเตรียมตัวรับมือหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริง ๆ

สาเหตุและวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วม

สาเหตุและวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วม

แต่ก่อนที่จะไปดูวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วม ต้องมาดูก่อนว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้รถดับกลางคันได้ 
สาเหตุที่ 1 เกิดจากการที่มีน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ช็อตเพราะได้รับความเย็นจากน้ำที่ไปปะทะกับความร้อนของตัวเครื่องภายในรถ
สาเหตุที่ 2 เกิดจากการที่น้ำเข้าท่อไอดีของเครื่องยนต์ ทำให้หัวฉีดเชื้อเพลิงเสียหาย และส่งผลให้เครื่องยนต์ดับนั่นเอง 
สาเหตุที่ 3 มีน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันหล่อลื่น ทำให้น้ำมันมีความหนืดมากขึ้นเนื่องมาจากการผสมกันกับน้ำที่เข้าไป 
สาเหตุที่ 4 เกิดจากระบบไฟฟ้าเปียกและช็อต จนทำให้ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ขัดข้อง ไม่สามารถทำงานได้ตามปกตินั่นเอง 

การใช้รถในสภาวะน้ำท่วม

การใช้รถในสภาวะน้ำท่วม

จากสาเหตุต่าง ๆ ดังกล่าว คงพอจะเดาได้ว่าโดยส่วนมากแล้วหากมีน้ำเข้าไปภายในระบบของรถได้ ก็จะส่งผลให้รถดับนั่นเอง ซึ่งการขับรถเวลาเจอน้ำท่วมนั้น จะต้องดูความสูงของตัวรถเป็นหลัก โดยเฉพาะรถเก๋ง  4 ประตู รถอีโคคาร์ หรือรถที่นำมาโหลดให้ต่ำลงเพื่อแต่งรถ เพราะรถประเภทนี้เมื่อเจอน้ำสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขังแล้ว จะมีโอกาสที่น้ำเข้าไปภายในระบบได้ง่ายมากขึ้น ยิ่งถ้าหากเป็นน้ำที่มาจากน้ำคลองที่เน่าเสียแล้ว ก็จะยิ่งทำให้รถมีโอกาสดับสูงมากขึ้นตามไปด้วย ต่างจากรถกระบะ หรือรถที่มีโครงสร้างที่สูง เพราะจะสามารถขับในระดับน้ำที่สูงได้มากกว่า โอกาสที่รถดับก็จะน้อยกว่านั่นเอง 
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะขับรถประเภทใดก็จะต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเจอสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขัง หรือฝนตกหนักจนทำให้มีแอ่งน้ำ ด้วยวิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วมที่ง่าย เพียงแค่มีสติก็ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างหมดกังวล 

วิธีรับมือกับปัญหาเมื่อรถดับตอนน้ำท่วม

วิธีรับมือกับปัญหาเมื่อรถดับตอนน้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 
เมื่อรถดับตอนที่น้ำท่วมแล้ว ให้รีบเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินทันที และห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้น้ำเข้าไปในห้องเครื่องมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่แทนก็ได้ 
ขั้นตอนที่ 2 
นำรถออกจากถนนอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร โดยอาจจะใช้การลากหรือจูงรถให้มาอยู่บริเวณไหล่ทาง หรือจุดที่ปลอดภัยก่อน แต่หากไม่สามารถขยับรถได้ให้หาวิธียกรถให้สูงขึ้นกว่าระดับที่น้ำท่วม โดยในขั้นนี้อาจจะต้องหาใครมาช่วย อาจจะเป็นคนในระแวกใกล้เคียง หรือบริษัทที่ดูแลหากเกิดเหตุฉุกเฉินกับรถยนต์โดยเฉพาะก็ได้ 
ขั้นตอนที่ 3 
หลังจากที่รถอยู่บนพื้นที่แห้งหรือพ้นระดับน้ำท่วม ให้รีบถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทันที รวมถึงปลอดอุปกรณ์หรือปลั๊กไฟทุกชนิดที่อยู่ในห้องเครื่อง เพื่อตัดสัญญาณไฟของตัวรถ ป้องกันการช็อตของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ให้ถอดหัวเทียน แผงฟิวส์ กล่องรีเลย์ และกล่อง ECU แล้วนำอุปกรณ์เหล่านั้นมาผึ่งให้แห้งเสียก่อน เพื่อไล่ความชื้นออกก่อนนำไปใช้งานต่อ แต่ถ้าหากตอนนั้นยังอยู่ในสภาวะที่ฝนกำลังตก ก็ให้ชะงักไว้ก่อน เมื่อเจอที่ที่ปลอดภัยและไม่โดนฝนสาดค่อยดำเนินการภายหลังก็ได้ เพราะบางทีรถอาจจะไปดับตอนฝนตกหนักและอยู่ในจุดที่ไม่มีร่มสำหรับจอดรถ
ขั้นตอนที่ 4 
หากถอดอุปกรณ์ออกและนำมาผึ่งจนแห้ง ให้นำอุปกรณ์และปลั๊กสายไฟต่าง ๆ ใส่เข้าไปยังจุดเดิม หลังจากนั้นให้ลองทดสอบเครื่องยนต์ด้วยการเปิดสวิตซ์ไฟและดูแผงหน้าปัดเพื่อตรวจดูระบบไฟภายในรถ และเช็กว่ามีอาการผิดปกติอย่างอื่นหรือไม่ หลังจากนั้นให้ลองสตาร์ทเครื่องยนต์โดยปิดเครื่องปรับอากาศไว้ เพื่อไล่ความชื้นและอุ่นเครื่องยนต์ แต่ถ้าหากมีอาการผิดปกติหรือมีสัญญาณ อย่าพึ่งขับรถไปไหนโดยเด็ดขาด แต่ให้ติดต่อหาช่างที่อยู่ใกล้เคียงหรือช่างจากศูนย์ดูแลรับแจ้งเหตุทางรถยนต์แทนก็ได้ เพื่อให้มาตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 5 
หากพบว่ารถไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ สตาร์ทเครื่องได้ปกติ ก็ให้ขับรถต่อไปได้เลย แต่จะให้ดีก็ให้นำรถเข้าไปเช็กที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมด้วยก็ได้ เพื่อเช็กอย่างละเอียดว่ามีส่วนใดผิดปกติแต่ไม่แสดงอาการหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วิธีแก้หากรถดับตอนน้ำท่วมจะดูง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่อย่าลืมว่าการขับรถยนต์ในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ผู้ใช้รถจะต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง อย่าขับเร็วจนเกินไป เพราะไม่เพียงแต่จะมีน้ำเข้าไปในห้องเครื่องจนทำให้รถดับเท่านั้น หากแต่ยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุด้วย อาทิ ถนนลื่นทำให้ประสิทธิภาพของเบรกลดลง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนตามมาด้วยก็ได้

 

อ่านเพิ่มเติม

>> เปิดโปรโมชั่นรถเดือน พ.ค. 62 เด็ดๆ มีค่ายไหนบ้างมาดู

>> รวมราคา Mazda มือสอง ที่มีเงินไม่ถึง 500,000 ก็ซื้อได้

ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ช่องทางตลาดรถ Unseencar.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน