24 ก.ค 2562

คลายปมปัญหาใหญ่ ก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกใจ

หนึ่งในปัญหาที่เหล่าคนใช้รถมักจะต้องประสบพบเจอ ก็คงจะหนีไม่พ้นการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ให้กับตนเอง แต่ครั้นจะเลือกว่าแบบไหนดีก็กลัวว่าจะไม่คุ้มค่า แถมเสียเงินเล่นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น ลองอ่านบทความนี้ แล้วคุณจะพบคำตอบ

ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ก็คงจะมีคำถามไม่ใช่น้อยว่าประกันภัยรถยนต์นั้นมีกี่ประเภทคุ้มครองอย่างไรค่าเบี้ยประกันสูงหรือไม่และคุ้มครองอะไรบ้างซึ่งถ้าให้เลือกได้ก็คงอยากได้ประกันที่คุ้มครองแบบครบครัน แต่เบี้ยประกันไม่สูงกัน แต่เชื่อหรือไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องเลือกเบี้ยประกันที่ไหวต่อกำลังจ่าย แถมคุ้มครองตามความเหมาะสมเป็นหลัก

ประกันภัยรถยนต์และการคุ้มครอง

ประกันภัยรถยนต์และการคุ้มครอง

ทั้งนี้ เราจะมาไขคำตอบพร้อมแนะนำว่า คุณเหมาะกับประกันภัยรถยนต์แบบใด และแต่ละประเภทคุ้มครองอย่างไรบ้าง ที่สำคัญรวมถึงสิ่งที่ควรรู้แบบครอบคลุม ดังนี้

ประกันภัยรถยนต์มีกี่แบบ ?

สำหรับประเภทของประกันภัยนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีให้เลือกทั้งหมด 5 ประเภท (บางบริษัทอาจจะมีแค่ 3, 4 ประเภท) ได้แก่ ประกันภัยชั้น 1, ประกันภัยชั้น 2, ประกันภัยชั้น 3, ประกันภัยชั้น 2+ และ ประกันภัยชั้น 3+ ซึ่งประเภท 2+ และ 3+ นั้น เรียกว่าประกันภัยประเภท 5 หรือแบบพิเศษ ที่เพิ่มรายละเอียดจากประกันชั้นปกติ ซึ่งในที่นี้ เราะกล่าวรวมทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

ลักษณะของประกันภัยแต่ละประเภท

ลักษณะของประกันภัยแต่ละประเภท

ประเภท 1 หรือ ชั้น 1

ลักษณะของประกัน
นับเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดเลยก็ว่าได้ เพราะคุ้มครองมากกว่าและครอบคลุมหลายกรณี ตั้งแต่ความเสียหายกับรถ อุบัติเหตุ บุคคลภายนอก รถหาย ฯลฯ ซึ่งคนที่มักซื้อประกันชั้นนี้ โดยส่วนมากแล้วจะเป็นคนที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดง เป็นมือใหม่หัดขับ และใช้รถที่มีราคาสูง เช่น Super Car

ความคุ้มครอง
1. คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
2. คุ้มครองต่อบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และอนามัยของบุคคลภายนอก ซึ่งทางบริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบให้ทั้งหมดตามที่ระบุในกรมธรรม์
3. คุ้มครองรถในทุกกรณี เช่น ไฟไหม้ รถหาย การชนแบบไม่มีคู่กรณี ภัยธรรมชาติ ที่สำคัญทางประกันก็ยังมีอู่ซ่อมที่รองรับเอาไว้ในกรณีที่มีการซ่อมแซมเกิดขึ้นด้วย

ประเภท 2 หรือ ชั้น 2

ลักษณะของประกัน
สำหรับประกันภัยชั้น 2 หรือประเภท 2 นั้น ในปัจจุบันจะไม่ค่อยนิยมเท่าใดนัก ซึ่งคนที่นิยมเลือกประกันชั้นนี้มักจะเป็นคนที่มีความเสี่ยงน้อย เป็นคนที่ขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยที่ต้องการให้ประกันภัยคุ้มครองในส่วนของคู่กรณีเป็นหลัก

ความคุ้มครอง
1. คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
2. คุ้มครองรถยนต์ในกรณีที่เกิดการสูญหาย ไฟไหม้ หรืออุปกรณ์ที่ตกแต่งไว้ภายในรถ แต่ไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
3. คุ้มครองในกรณีที่รถยนต์ของคู่กรณีเสียหาย

อ่านเพิ่มเติม

>> ไขข้อสงสัย ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นคุ้มครองต่างกันอย่างไร
>> ประกันภัยรถยนต์และเคล็ดลับที่แชร์กันทั่วโลก

การคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

การคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

ประเภท 3 หรือ ชั้น 3

ลักษณะของประกัน
นับเป็นประกันที่มีเบี้ยน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น ประกันประเภทนี้จึงค่อนข้างได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่มีงบจำกัด ไม่ใช่รถใหม่ป้ายแดง แต่ต้องการคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก

ความคุ้มครอง
1. คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
2. คุ้มครองชีวิตที่เป็นส่วนเกินจาก พรบ. รถยนต์ และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี

ประเภทที่ 2+ หรือ ชั้น 2+

ลักษณะของประกัน
หากกล่าวโดยภาพรวมแล้ว ประกันภัยประเภท 2+ นั้น จะได้รับความนิยมค่อนข้างสูง เพราะมีการคุ้มครองใกล้เคียงกับประเภท 1 แต่จะน้อยกว่า ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองที่มีลักษณะเพิ่มเติมจากประเภท 2 เรียกว่าเป็นประกันที่อยู่ระหว่างกลางประเภท 1 และ 2 นั่นเอง

ความคุ้มครอง
1. คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
2. คุ้มครองรถยนต์ในกรณีที่เกิดการสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ
3. คุ้มครองรถยนต์ของคู่กรณีที่เกิดความเสียหาย
4. คุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่เกิดการชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น

ประเภท 3+ หรือ ชั้น 3+

ลักษณะของประกัน
สำหรับประกันภัยประเภทนี้ จะเป็นประกันภัยที่เพิ่มเติมจากประเภท 3 โดยจะมีการคุ้มครองที่คล้ายคลึงกัน แต่เพิ่มความคุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ที่สามารถระบุคู่กรณีได้  

ความคุ้มครอง
1. คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่
2. คุ้มครองรถยนต์ของคู่กรณีที่เกิดความเสียหาย
3. คุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่เกิดการชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น
 

การเคลมประกันและการคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

การเคลมประกันและการคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

ซื้อประกันภัยทั้งที ชั้นไหนดีกว่า?

สำหรับใครที่กำลังตั้งคำถามอยู่ว่า ตนเองนั้นเหมาะกับการซื้อประกันภัยรถยนต์แบบไหนถึงจะคุ้มค่า ทางเราขอแนะนำโดยให้คุณลองพิจารณาดังนี้

1. ใช้รถแบบไหน?

เบื้องต้น คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณใช้รถอะไรอยู่ เพราะรถยนต์แต่ละประเภทก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยน หากคุณใช้รถยุโรป รถสปอร์ต หรือรถที่ใช้อะไหล่ค่อนข้างแพง แนะนำว่าให้เลือกประกันภัยชั้น 1 จะดีกว่า เพราะหากคุณใช้รถ Super Car แล้ววันหนึ่งเกิดมีต้นไม้หล่นทับ คุณจะได้ไม่ตกใจกับค่าซ่อมที่แพงเอาการ แต่ให้ประกันภัยจัดการซ่อมให้แทน

2. วิเคราะห์พฤติกรรมการขับรถของตนเอง

ลำดับต่อมา ให้ลองสังเกตพฤติกรรมการขับรถของตนเองให้ดีเสียก่อนว่าเป็นคนขับรถแบบใด เร็วแค่ไหน และเดินทางบ่อยหรือไม่ เช่น หากคุณเป็นคนที่ใช้รถแบบขับไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง และใช้เฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น ชนิดที่ขับไปกลับที่ทำงานและบ้านเป็นหลัก ก็อาจจะเลือกเป็นประกันชั้น 2+ , 2 แทนก็ได้ เพราะการคุ้มครองจะถูกลดลงมาจากชั้น 1 ในบางกรณีเท่านั้น

3. วิเคราะห์เงินในประเป๋า

ลำดับสุดท้าย ก็คือการสำรวจและวิเคราะห์กำลังจ่ายของตัวเองเป็นหลัก เพราะหากคุณมีกำลังจ่ายไม่มากพอ และยังต้องผ่อนรถอยู่ การเลือกประกันภัยที่มีเบี้ยประกันสูงก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณอยู่ไม่น้อย เช่น หากคุณมีเงินเดือน 25,000 บาท ผ่อนรถเดือนละ 9,000 บาท หากเลือกประกันชั้น 1 ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันตกปีละ 15,000 เฉลี่ยเดือนนึงก็ 1,250 บาท คุณจะเหลือเงินใช้จ่ายในเดือนนั้นแค่ 14,750 บาท เท่านั้น แต่หากลองลดมาเป็นประกันภัยชั้น 2+ ที่มีค่าเบี้ย 8,400 บาทต่อปี คุณก็จะมีรายจ่ายที่เป็นค่าเบี้ยประกันต่อเดือนประมาณ 700 บาท เฉลี่ยแล้วคุณจะเหลือเงินใช้จ่ายประมาณ 15,300 บาท แน่นอนว่า เงินที่เหลือจากการลดความคุ้มครองของประกันลงมา จะช่วยให้มีเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นมากขึ้น เช่น ค่าน้ำมัน

การสำรวจตัวเองและแนวทางการเลือกซื้อประกันภัย

การสำรวจตัวเองและแนวทางการเลือกซื้อประกันภัย

อ่านเพิ่มเติม
>> ซื้อประกันภัยรถยนต์รู้หรือไม่ “ซ่อมห้าง” และ “ซ่อมอู่” คืออะไร
>> หายสงสัยสักทีกับเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องต่อประกันภัยชั้น 1

ไขคำตอบกับคำถามที่คนซื้อประกันสงสัย

สำหรับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์นั้น หลายคนก็คงจะมีข้อสงสัยอยู่บ้าง เช่น เลือกของบริษัทอะไรดี เลือกประกันภัยชั้นไหน การคุ้มครองของแต่ละบริษัทเป็นอย่างไร ซึ่งเราจะมาสรุปแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณคลายความสงสัยได้

1. เลือกประกันของบริษัทไหนดี ?

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าในประเทศไทยนั้นมีบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้เลือกมากมาย เพราะฉะนั้น การเลือกซื้อประกันจากบริษัทต่าง ๆ นั้น ให้คุณลองวิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้น เช่น การซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ที่ต้องการใช้บริการเข้าร่วมกับบริษัทประกันใดบ้าง ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัย โดยจะต้องได้รับการรับรองจาก คปภ. เท่านั้น ที่สำคัญ ให้เลือกจากตัวแทนหรือผู้ให้บริการที่เป็นมิตร สามารถตอบความสงสัยได้ครบถ้วน มีรีวิวจากการใช้งานที่ดี เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาบริษัทประกันจะต้องดูแลอย่างเต็มกำลัง

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ตามประเภทที่ต้องการ

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ตามประเภทที่ต้องการ

2. มีบริษัทไหนบ้างที่ทำประกันภัยรถยนต์ ?

สำหรับบริษัทที่ประกอบการด้านประกันภัยรถยนต์นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งเราจะนำบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และมีคนใช้งานมากที่สุดมาแนะนำ ดังนี้

  • บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.bangkokinsurance.com)
  • บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.viriyah.co.th)
  • บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.thaivivat.co.th)
  • บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.smk.co.th)
  • บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.dhipaya.co.th)
  • บริษัท อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันภัย จำกัด (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.allianz.co.th)
  • บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.thanachart.co.th)
  • บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) (เช็กเบี้ยและโปรโมชั่นได้ที่ www.safety.co.th)

3. ต่อประกันกับบริษัทเดิมดีไหม?

หากคุณเป็นคนที่ใช้ประกันภัยรถยนต์มาแล้วในระดับหนึ่ง แสดงว่าต้องรู้จักพฤติกรรมของตนเอง รวมถึงกำลังจ่ายแล้วไม่มากก็น้อย ทีนี้หากประกันกำลังจะหมด และต้องการต่อประกันภัย แต่ก็ยังลังเลอยู่ว่าจะเปลี่ยนบริษัทหรือจะใช้บริการเจ้าเดิมดี ขอให้คุณลองตั้งคำถามและสอบถามกับตัวแทนด้วยคำถามเบื้องต้น ดังนี้

  • หากต่อประกันภัยชั้นเดิม จะมีโปรโมชั่นลดอัตราเบี้ยประกันหรือไม่? (ต้องมีประวัติดีด้วยนะ)
  • สามารถลดชั้นของประกันภัย โดยที่คุ้มครองใกล้เคียงของเดิมได้หรือไม่?

และที่สำคัญคือ ให้ลองวิเคราะห์จากการบริการของประกันภัยนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร เวลามีปัญหามาช้าหรือไม่ และอย่าลืมลองเทียบเบี้ยประกันภัยและความคุ้มครองกับบริษัทอื่นด้วย ว่าในกรณีที่คุ้มครองเท่ากันนั้น บริษัทไหนมีค่าเบี้ยประกันน้อยกว่า เพื่อที่จะเป็นตัวเลือกและแนวทางในการตัดสินใจได้

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ช่วยคุ้มครองได้หลากหลาย

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ช่วยคุ้มครองได้หลากหลาย

สำหรับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์นั้น ถือเป็นการซื้อประกันภัยเพิ่มเติมด้วยความสมัครใจ นอกเหนือจาก พรบ. รถยนต์ ที่กฎหมายบังคับใช้โดยทั่วกัน เพราะฉะนั้น การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ทุกแบบ ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด และศึกษาให้รอบคอบก่อน เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง

อ่านเพิ่มเติม

>> ใหม่!! อัปเดตรถเก๋งมือสองจาก Honda ในครึ่งปีหลัง 2019
>> ทริคเสริมฮวงจุ้ยรถยนต์ฉบับคนญี่ปุ่น เป็นคนไทยก็ทำได้ง่าย ๆ

 

ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ช่องทางตลาดรถ Unseencar.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน