28 ส.ค 2562

รวม 5 คำถาม ที่คุณควรถามประกันก่อนจะซื้อประกันภัยรถยนต์

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจต่อประกันภัยรถยนต์จากบริษัทใด ๆ ก็ตาม สิ่งแรกที่คุณควรทำคือสอบถามข้อมูลกับบริษัทประกันภัยให้ให้ละเอียด เพราะฉะนั้น มาดูกันว่ามีคำถามอะไรบ้างที่ควรถามบริษัทประกันภัย เพื่อให้คุ้มกับเงินที่คุณต้องจ่ายไป

เชื่อว่าสิ่งที่คนใช้รถกังวลเป็นลำดับแรก ๆ เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์นั้น ก็คือ ความคุ้มครองที่ประกันภัยรถยนต์จะดูแลในยามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ว่าท้ายที่สุดแล้วจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ยิ่งเป็นคนที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ ก็คงหวังที่จะให้บริษัทประกันภัยดูแลอย่างเต็มที่เช่นกัน  

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกใจคนใช้รถใช้ถนน

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกใจคนใช้รถใช้ถนน

เพราะฉะนั้น เราจะมาแนะนำคุณว่า ก่อนจะซื้อประกันภัยรถยนต์กับบริษัทใดก็ตาม คุณควรถามอะไรกับบริษัทประกันภัยรถยนต์บ้าง เพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์สูงสุดสมกับเงินที่จ่ายไป กับ 5 คำถามง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่า

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่า

คำถามที่ 1 ประกันภัยคุ้มครองยังไงบ้าง 

แน่นอนว่า ประกันภัยแต่ละชั้นย่อมมีความคุ้มครองแตกต่างกันออกไป และแต่ละบริษัทก็มักจะมีข้อเสนอดี ๆ มาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถึงแม้คุณจะพอทราบอยู่แล้วว่าประกันภัยที่คุณสนใจคุ้มครองอะไรบ้าง ก็ควรสอบถามเพิ่มเติมให้เคลียร์เสียก่อน ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียเปรียบเอาได้

ที่สำคัญคือ อย่าลืมถามในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทั้งที่คุณเป็นคนขับเองและ/หรือคนอื่นเป็นคนขับ เพราะบางทีหากมีคนอื่นมาขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ การคุ้มครองก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น การซ่อมแซมรถที่คุณอาจจะต้องจ่ายเองในกรณีที่มีคนอื่นนำไปใช้จนเกิดอุบัติเหตุ เพราะบริษัทคุ้มครองเฉพาะคนเอาประกันเท่านั้น หรือแม้แต่การคุ้มครองและรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก รวมไปถึงทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันด้วยเช่นเดียวกัน 

การคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

การคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์

นอกจากนี้ อย่าลืมสอบถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุแล้วรถของคุณพังยับ ทางประกันจะดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ เพราะบางทีรถที่คุณขับก็อาจจะมีค่าอะไหล่ที่ค่อนข้างแพง หากรถพังยับจริง ๆ แล้วคุณต้องมาควักเงินจ่ายเพิ่มมากกว่ากึ่งหนึ่งก็คงจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายค่าเบี้ยประกันไปสักเท่าไหร่แน่นอน 

อ่านเพิ่มเติม 

>> คลายปมปัญหาใหญ่ ก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ถูกใจ
>> มีอุบัติเหตุอย่าพึ่งช็อก! ประกันภัยรถยนต์ช่วยได้แค่ต้องตั้งสติ

คำถามที่ 2 ความเสี่ยงของคุณสูงแค่ไหน

คำถามต่อมาคือ ให้คุณลองสอบถามความเสี่ยงของคุณด้วย เพราะโดยปกติแล้ว การจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะยึดปัจจัยอื่น ๆ มาคำนวณร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น อายุของผู้ขับขี่ ประสบการณ์ในการขับขี่ การใช้งานรถในชีวิตประจำวัน ประวัติอาชญากรรม ประวัติการเคลมรถ ประเภทของรถที่ใช้งาน เครื่องยนต์ของตัวรถ ยี่ห้อของรถ รุ่นปีที่ผลิต ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลกับการคำนวณเบี้ยประกันภัยด้วยกันทั้งสิ้น 

ยกตัวอย่าง หากเป็นคนที่ขับรถยุโรปจำพวก BMW หรือ Mercedes-Benz มีอายุอยู่ในช่วงวัยทำงานไปจนถึงวัยกลางคน และไม่เคยมีประวัติการเคลมรถ ก็จะมีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ขับรถญี่ปุ่นทั่วไป เช่น Honda หรือ Nissan ถึงแม้จะซื้อประกันภัยชั้นเดียวกันก็ตาม เพราะบริษัทจะนำปัจจัยต่าง ๆ มาคำนวณเบี้ยประกันเพื่อประเมินความเสี่ยงในการใช้รถของคุณ จนออกมาเป็นตัวเลขที่คุณต้องจ่ายนั่นเอง 

การวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์

การวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์

คำถามที่ 3 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินของบริษัทประกันภัย

สำหรับอีกหนึ่งคำถามที่ควรถามบริษัทประกันภัยก็คือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ ตลอด 24 ชม. ว่าบริษัทนั้น ๆ มีหรือไม่ แล้วถ้ามีบริการดังกล่าว ครอบคลุมการช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง ที่สำคัญคือ ประกันภัยชั้นไหนบ้างที่จะสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ 

โดยทั่วไปแล้ว บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ ตลอด 24 ชม. นั้น ส่วนมากแล้ว จะมีบริการตั้งแต่ บริการช่วยเหลือซ่อมแซมฉุกเฉิน บริการขนส่งยานพาหนะ การช่วยเหลือแบตเตอรี่เสีย การช่วยเหลือโดยช่างกุญแจ การช่วยเหลือเติมน้ำมัน บริการเปลี่ยนยางอะไหล่ บริการกุญแจสำรอง(บางบริษัท) ฯลฯ ซึ่งบริการต่าง ๆ นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทไหนมีบริการใดบ้าง แล้วบางบริการต้องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่ อาทิ บริการขนส่งยานพาหนะ อาจจะกำหนดระยะทางไม่เกิน 30 กม. หากเกินก็อาจจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เกินไปตามระยะทาง เป็นต้น 

การบริการต่าง ๆ ที่อยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

การบริการต่าง ๆ ที่อยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

คำถามที่ 4 สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ไหม

อีกหนึ่งคำถามที่ไม่ควรลืม และต้องถามบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้ชัวร์ก็คือ การยกเลิกกรมธรรม์ของประกันภัยรถยนต์ สามารถทำได้ในกรณีใดบ้าง เพราะในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จึงทำให้คุณต้องยกเลิกกรมธรรม์ แน่นอนว่า คำถามนี้จะทำให้คุณได้เห็นถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของบริษัทประกันภัยรถยนต์ เพราะประกันภัยรถยนต์ที่ดี จะต้องเคารพการตัดสินใจของลูกค้า และเสนอทางเลือกที่ดีให้กับคุณเสมอ

โดยทั่วไปแล้ว การยกเลิกกรมธรรม์รถยนต์ จะมีทั้งหมด 2 กรณีด้วยกัน คือ แบบเปลี่ยนแปลงชื่อผู้เอาประกันภัย และแบบยกเลิกประกันแล้วรับเงินค่าส่วนต่างตามที่ระบุในกรมธรรม์ แน่นอนว่า ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกก็ตาม ทางบริษัทประกันภัยก็จะมีข้อจำกัดในการดำเนินเรื่องที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับกรณีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นช่วงก่อนและ/หรือหลังวันคุ้มครอง ซึ่งในส่วนนี้ทางบริษัทจะต้องให้คำตอบที่ชัดเจนและละเอียดกับคุณว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้างโดยไม่มีหมกเม็ด เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่ผู้บริโภคพึงกระทำได้โดยชอบธรรม   

การยกเลิกกรมธรรม์ที่ผู้บริโภคสามารถทำได้

การยกเลิกกรมธรรม์ที่ผู้บริโภคสามารถทำได้

คำถามที่ 5 ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของประกันภัยรถยนต์

และคำถามสุดท้ายที่คุณควรถามกับทางประกันภัยรถยนต์ ก็คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณจะต้องชำระ เพราะบางที บริษัทประกันภัยก็มักจะมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจไม่ใช่น้อย แถมบางทีก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาทีหลัง เพราะฉะนั้น คุณควรจะเช็กให้เคลียร์ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดของประกันภัยที่คุณจะซื้อมีอะไรบ้าง จะมีค่าใช้จ่ายอะไรตามมาอีกหรือไม่ แล้วคุณต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าให้คุณมาเซอร์ไพร์สกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทีหลัง แบบนั้นคุณคงยิ้มไม่ออกแน่นอน 

อีกทางหนึ่ง คุณอาจจะลองศึกษาข้อมูลและประสบการณ์การจ่ายค่าประกันภัยรถยนต์จากผู้ใช้รถคนอื่น ๆ เพิ่มด้วยก็ได้ เพื่อช่วยในการตัดสินใจและประเมินความคุ้มค่ากับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์จากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง 

การตรวจเช็กค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ให้ละเอียด

การตรวจเช็กค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ให้ละเอียด

เป็นอย่างไรบ้าง กับ 5 คำถาม ที่คุณจะต้องถามประกันภัยรถยนต์ที่เรานำมาฝาก ซึ่งก็คงช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ได้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม ก่อนจะซื้อประกันภัยจากบริษัทใดก็ตาม อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ละเอียดประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้รับการคุ้มครองคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปกับประกันภัยรถยนต์

อ่านเพิ่มเติม 

>> รถ SUV มือสองเข้าใหม่ในกลางเดือน ก.ค. กับราคาไม่ถึงห้าแสนบาท
>> คอรถกระบะถูกใจสิ่งนี้ กับ 3 รถกระบะมือสองน่าใช้ในครึ่งปีหลัง 2019

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน