7 พ.ย 2562

ซื้อรถจากเต้นท์รถมือสอง ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียนอกเหนือจากค่ารถ สำหรับทุกท่านที่สนใจเลือกซื้อพาหนะจากเต้นท์รถมือสอง

Facebook: ซื้อรถจากเต้นท์รถมือสอง ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? จำนวนเงินต้องเตรียมเพิ่มจากราคาป้าย ข้อมูลที่ไม่ควรพลาดก่อนซื้อรถมือสอง ชมรายละเอียดได้ที่นี่ >>>

เต้นท์รถมือสอง

ซื้อรถมือสอง ต้องเสียค่าอะไรบ้าง

เต้นท์รถมือสอง แหล่งซื้อขายรถยนต์ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ซึ่งมีให้พบเห็นได้ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะอยู่ต่างจังหวัด ในตัวเมือง หรือตั้งเรียงรายตามเส้นทางสายหลักต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนอยากมีรถได้เลือกซื้อกันได้ง่ายขึ้น โดยอาจมีการติดป้ายราคา เช่น 190,XXX บาท เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า แต่ทราบไหมว่านอกเหนือจากราคารถที่ประกาศขายแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ผู้ซื้อต้องจัดเตรียมเพิ่มเติมด้วย ซึ่งวันนี้ unseencar.com เรามีรายละเอียดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเมื่อซื้อรถจากเต้นท์รถมือสองมาฝากทุกท่าน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกรถค่ะ

กรณีซื้อรถมือสองด้วยเงินสด

การชำระด้วยเงินสด จะมีรายการค่าใช้จ่ายค่อนข้างตายตัว ไม่ยุ่งยาก โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าจอง
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งเป็นเหมือนเงินที่ทางเต้นท์เรียกเก็บเพื่อประกันว่าผู้ซื้อต้องการซื้อจริงๆ และทางเต้นท์จะเก็บรถไว้ให้ตามระยะที่กำหนดในสัญญา หากผู้ซื้อเปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้ว ทางเต้นท์รถก็จะยึดเงินประกันนั้น(เรียกว่าเป็นค่าหมดโอกาสของทางเต้นท์ระหว่างเก็บรถให้ผู้ซื้อนั่นเอง)

2. ค่าภาษี (VAT) 7%
หากซื้อรถจากเต้นท์รถ ราคารถจากป้ายส่วนใหญ่ไม่ใช่ราคาสุทธิ(ต้องสอบถามรายละเอียดกับทางเต้นท์ให้แน่ชัด) โดยปกติต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปอีก เช่น รถที่จะซื้อราคาป้าย 400,000 บาท บวกภาษีอีก 7% (28,000 บาท) ราคาที่ต้องจ่ายจริงคือ 428,000 บาท

รถเก๋งมือสอง

ตัวอย่างเอกสารการโอน

3. ค่าโอนรถ
เป็นค่าใช้จ่ายที่ทางกรมการขยส่งเรียกเก็บ ซึ่งผู้ซื้อต้องสอบถามกับทางเต้นท์ว่าฝ่ายไหนจะต้องชำระ เพราะบางแห่งจะมีโปรโมชั่นโอนฟรี แต่บางที่ผู้ซื้อต้องเสียค่าโอนเอง โดยค่าใช้จ่ายประกอบด้วย ค่าธรรมเนียม 5 บาท ค่าโอน 100 บาท และค่าอากรซื้อขายอยู่ที่ 500 บาท ต่อจำนวน 100,000 บาท (เช่น หากรถราคา 400,000 บาท จะเสียค่าอากรซื้อขาย 2,000 บาท)

4. ค่าประกันภัยรถยนต์
เต้นท์รถบางแห่งจะมีโปรโมชั่น ฟรีประกันภัยชั้น 1 หนึ่งปี หรือตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากไม่มีข้อเสนอแถมให้ ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ว่าจะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจหรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่อยากทำก็ตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไป แต่ต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด

รถมือสอง

ค่าประกันภัยรถยนต์แบบภาคบังคับ และแบบสมัครใจ

กรณีซื้อรถมือสอง ผ่านการจัดไฟแนนซ์

สำหรับใครที่จัดไฟแนนซ์รถมือสอง จะต้องเตรียมงบเพิ่มเติมจากการซื้อด้วยเงินสด ดังนี้

1. เงินดาวน์
ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผ็ซื้อกับสถาบันการเงิน หากเป็นไฟแนนซ์จากทางเต้นท์รถเองอาจมีข้อเสนอดาวน์ 0% (แต่ระวังดอกเบี้ยแพง) หรือธนาคารทั่วไปส่วนใหญ่จะให้ดาวน์ราว 15% -25% ของราคาประเมิน

2. ค่างวด
เป็นค่ารถที่ผ็ซื้อจะต้องผ่อนจ่ายทุกเดือนกันทางไฟแนนซ์ ซึ่งหลังจ่ายค่ารถไปแล้วควรมีสำรองอย่างน้อยเพียงพอสำหรับ 3 งวด จะได้เป็นหลักประกันว่าจะไม่ถูกยึดรถ (เผื่อหมุนเงินไม่ทัน)

ซื้อรถมือสอง

ค่าดำเนินการจัดไฟแนนซ์

3. ดอกเบี้ย
แน่นอนว่าการทำสัญญาเช่าซื้อต้องมีดอกเบี้ยเพิ่มเข้ามา ยิ่งผ่อนนานดาวน์น้อย ดอกเบี้ยยิ่งมาก ควรศึกษาและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยหลายๆธนาคาร เพื่อเลือกจัดไฟแนนซ์ที่ดอกเบี้ยถูกและเหมาะกับเรามากที่สุด

4. ค่าจัดไฟแนนซ์
เป็นค่าใช้จ่ายรวมที่ทางไฟแนนซ์เรียกเก็บ อาทิ ค่าตรวจสอบเอกสาร ค่าดำเนินการ และค่าอื่นๆ ขึ้นอยู่กับไฟแนนซ์แต่ละแห่งว่าจะเรียกเก็บเท่าไหร่ ผู้ซื้อควรสอบถามก่อนจะได้ไม่เกิดความหงุดหงิดใจภายหลัง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเมื่อซื้อรถจากเต้นท์รถมือสอง ถือได้ว่ารายการดังกล่าวข้างต้นมีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร ซึ่งหลายๆเต้นท์รถอาจนำมาเสนอโปรโมชั่นเพื่อแข่งขันกัน เช่น ฟรีค่าโอน ฟรีประกันภัย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อรถควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้ให้แน่ชัดเพื่อป้องกันปัญหาภายหลังค่ะ และอาจขอส่วนลดเพิ่ม หรือต่อรองราคาหากเราต้องเสียค่าดำเนินการเองได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านพบรถมือสองที่ถูกใจโดยเร็วนะคะ

อ่านเพิ่มเติม:
>>5 จุดที่ต้องสังเกตุ เมื่อซื้อ Vios มือสอง คู่มือที่ต้องอ่านก่อนเลือกพาหนะคู่ใจ!
>>รีวิว Honda City 2019 ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นท็อป SV+ AT ที่สุดแห่งการออกแบบเหนือระดับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์

ดูมากที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถและขับรถ

กฏหมายและประกัน